สรุป LIVE ทำอย่างไรดี CD4 ไม่เพิ่มสักที มีแต่ผลข้างเคียงของยาที่เพิ่มทุกวัน

             ข้อมูลที่อาจารย์พิเชษฐ์นำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อ HIV นะคะ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของนวัตกรรม APCO ที่สำนักนวัตกรรมแห่งชาติได้ให้การรับรองให้เป็น นวัตกรรมแห่งชาติไทยสำหรับผู้ติดเชื้อ HIV / AIDS และได้มีการนำเสนอในการประชุมวิทยาศาสตร์มาแล้วหลายครั้ง ค่ะ ได้แก่

             - งาน Health Care and Management Society หรือ HMISS AsiaPac15 ที่ประเทศสิงคโปร์
             - การนำเสนองานวิจัยในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยครั้งที่ 42
             - การแถลงผลการใช้นวัตกรรม APCOcap ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วย ร่วมกับสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561
             - การนำเสนองานวิจัยในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยครั้งที่ 44
             - และการนำเสนองานวิจัยในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์นานาชาติ โดยได้รับเชิญเป็น Key Note Speaker ในการบรรยายเรื่อง Novel Phytoceutical Formula for                Immunology of HIV / AIDS and Cancer ในงาน Euro SciCon on Immunology ครั้งที่ 16 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์

            หลัง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) รับรองนวัตกรรม APCO ให้เป็นนวัตกรรมแห่งชาติไทย ทำให้มีผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS เข้ามาติดต่อขอรับนวัตกรรมเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือกลุ่มที่ติดเชื้อ HIV / AIDS แล้ว
ใช้ยาต้านเพื่อควบคุมจำนวนเชื้อ ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะพบผลข้างเคียงของยา และก็ไม่สามารถเพิ่ม CD4 ได้ หรือได้ไม่เร็วพอ หรือใช้ไประยะหนึ่งเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นแล้วก็กลับลดลงมาอีก
ทาง APCO ก็ได้มีการติดตามผู้ที่ใช้นวัตกรรมกลุ่มนี้ของเราทั้งหมด 128 ราย รายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน website: https://apcocapsules.com/p20158205972302 ใน LIVE ครั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างมา 4 ราย ดังนี้

         รายแรก (รายที่ 122) เป็นชายอายุ 35 นะ     ครับ ข้อมูลก่อนใช้นวัตกรรม รับยาต้านไวรัสมา       แล้ว2 ปี ค่า CD4 สูงสุด = 224 cells/cu.mm.
   ไม่สูงนัก ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้น อันนี้ก็เกิดขึ้น        จากผลข้าง เคียงของยาต้าน

         ท้องอืด / เบื่ออาหาร, นอนหลับไม่สนิท / มีอาการอ่อนเพลียอยู่เสมอ, ผิวแห้งและคล้ำ, ค่าไขมันในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติ, ความดันโลหิตสูง, ระดับน้ำตาลในเลือดสูง, ค่าตับ AST และ ALT สูง (คือการทำงานของตับเนี่ยเอมไซม์ของตับบ่งชี้ว่ากำลังทำงานหนัก), อัตราการกรองไต eGFR ต่ำ ตับและไตก็เริ่มมีปัญหา คือถ้าทิ้งไว้ก็จะมีปัญหามากขึ้นๆ

         ใช้นวัตกรรม APCO 9 แคปซูล/วัน
         เป็นเวลา 3 เดือน

         - CD4 เพิ่มจาก 244 เป็น 763 cells/cu.mm.            (เพิ่มขึ้น 241%)
         - ค่า Viral load เหลือ <20 copies/ml
         - ท้องที่เคยอืดก็ไม่อืดแล้ว ก็ทานอาหารได้มากขึ้น
         - ผิวพรรณก็เริ่มสดใสขึ้น เดิมทีที่เคยคล้ำก็
           สดใสมากขึ้น
         - ค่าไขมัน และระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ใน
           เกณฑ์ปกติ จนแพทย์ให้หยุดยาลดไขมันและ
           ระดับน้ำตาล
         -ค่าตับ AST และ ALT อยู่ในเกณฑ์ปกติ
          เหมือนคนทั่วไป
         - อัตราการกรองของไต (eGFR) ก้เป็นปกติเช่นกัน
         - สุขภาพโดยรวมดีขึ้น แข็งแรง

      CD4 ที่เขาตรวจมา เริ่มจากที่ก่อนเข้ามาที่ 224 cells/ml หลังจากใช้ไปแล้วก็ขึ้นมาอยู่ 763 cells/ml ชัดเจนนะครับ %CD4 อยู่ที่ 27 เป็นค่าที่ดีมาก ถ้าดูแลรักษาตัวเองดีๆ ค่า CD4 ค่า %CD4 เพิ่มขึ้นอีกนิดนึง เราก็อาจเกิดโอกาสเกิด Functional Cure คือการที่เราตรวจไม่พบเชื้ออย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้ใช้ยาต้านไวรัส แต่อย่าทำเองนะครับ เพราะถ้าทำเองไวรัสมันจะกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วทำให้มันลงไปอีกยาก โทรเข้ามาปรึกษาเรานะครับอย่าทำเองครับเราจะช่วยให้ทำได้

         รายต่อมา เป็นหญิงอายุ 39 (รายที่ 124)     ข้อมูลก่อนใช้ก็คือใช้ยาต้านไวรัสมาเป็นเวลา 6 ปี    CD4 อยู่ที่ 324 cells/cu.mm.

         ปัญหาสุขภาพ ชาตามปลายมือและเท้าบ่อยครั้ง เวียนศีรษะ / นอนหลับไม่สนิท ค่าไขมันในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ความดันโลหิตก็สูง มีภาวะโลหิตจา ค่า Hematocrit คือ Hemoglobin คือค่าเลือดแดงเนี่ยต่ำหมด

         หลังจากใช้ 6 แคปซูล/วัน อยู่เวลา 3 เดือน

         CD4 เพิ่มขึ้นจาก 324 เป็น 759 cells/cu.mm    อัตราการเพิ่มขึ้น 134% Viral load ซึ่งแต่เดิมก็
   ไม่มีอยู่ แล้ว ยืนยันอีกทีว่า <20 copies/ml อาการ
   ชาตามปลายมือและเท้าลดลงมาก ไม่เวียนศีรษะแล้ว /    นอนหลับดีขึ้น ไขมันในเลือด ระดับน้ำตาลอยู่ใน
   เกณฑ์ ปกติ แพทย์จึงให้หยุดยา ผลการตรวจเลือดทั่วไป    (CBC) พบว่าผลเลือดทุกรายการอยู่ในเกณฑ์
   ปกติสุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้นมาก

      นี่คือค่าตรวจที่เขาส่งมาให้ดูนะครับAbsolute CD4 คือ CD4 ที่มีอยู่ เดิมมี 324 cells/cu.mm หลังจากใช้ไปแล้วก็ขึ้นมาที่ 759 cells/cu.mm %CD4 ที่ 18 ก็เพิ่มขึ้น 32.6 รายนี้ก็เช่นกันค่าเลือดค่อนข้างดี โอกาสที่จะทำให้เกิด Functional Cure มีนะครับ

         รายต่อไป (รายที่ 126: ชาย อายุ 38 ปี)
   ใช้ยาต้านมา 8 ปี CD4 ในช่วงปี 2555-2561 อยู่ที่    550 cells/cu.mm ที่สูงสุดนะครับ แต่ต่อมาก็
   พบว่า CD4 ก็ลดลงลดลง
   เหลือ 335 cells/cu.mm

         อันนี้เนื่องจากว่าเชื้อดื้อต่อยาต้านนะครับมันก็เริ่มทำลาย CD4 ปัญหาสุขภาพก็คือกล้ามเนื้อบริเวณแขน ขา และสะโพกเล็กลง ปวดตามข้อและกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ ค่าไขมันในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ค่าเอมไซมของตับ (AST และ ALT) ก็สูงกว่าเกณฑ์ปกติ นอนหลับไม่สนิท แล้วก็อ่อนเพลีย

         หลังจากใช้ 6 แคปซูล/วัน เพียง 1 เดือน

         CD4 เพิ่มจาก 335 เป็น 634 cells/cu.mm.
   เพิ่มขึ้น 89% ในเวลา 1 เดือน ค่า Viral load เหลือ
   ต่ำกว่า 40 copies/ml ก็คือตรวจไม่พบนะครับ
   กล้ามเนื้อแขนขาเริ่มเพิ่มขึ้น อาการปวดตามข้อ
   และอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงลดลง อาการสะเก็ดเงิน
   ก็เริ่มลดลง นอนหลับสนิทไม่อ่อนเพลียแล้ว ค่าไขมัน
   และระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ

      ปัจจุบันนี้ก็สุขภาพแข็งแรงขึ้นมาก ก่อนใช้ CD4 335 cells/cu.mm ใช้แล้ว 634 cells/cu.mm %CD4 ที่ 20 ก็เพิ่มขึ้นมา 21 อันนี้ใช้ไปเพียง 1 เดือนเท่านั้น อีกสักพักหนึ่ง %CD4 ก็จะขึ้น 25 26 อาจจะถึง 30 ได้

         รายต่อไป อายุ 39 ปี เป็นผู้ชายนะครับ
   (รายที่ 128) ก่อนใช้ รับยาต้านไวรัสมาแล้ว 5 ปี    CD4 305 cells/cu.mm

         ปัญหาสุขภาพคือ มีสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ ปวดตามข้อ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อบริเวณแขน ขา และสะโพกลีบเล็ก ความเข้มข้นของเลือด Hematocrits (HCT ) คือเม็ดเลือดแดงในเลือดของเขาต่ำกว่าเกณฑ์ ค่าตับ (AST และ ALT) สูงกว่าเกณฑ์ ค่าไต (eGFR) ก็เหมือนกันต่ำกว่าเกณฑ์ เพราะฉะนั้นนี่คือความผิดปกติทั้งตับและไต

      หลังจากใช้ไปเวลา 3 เดือน ด้วย 9 แคปซูล/วัน

         CD4 เพิ่มจาก 305 เป็น 595 cells/cu.mm
   อัตราการเพิ่ม 95%) Viral load HIV ไม่พบนะครับ    (<40 copies/ml) กล้ามเนื้อแขนขาเริ่มเพิ่มขึ้น
   อาการ ปวดตามข้อ และอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงลดลง    อาการสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะลดลงมาก ค่าตับ
   เอมไซม ตับ AST, ALT ปกติแล้ว ความเข้มข้นของเลือด    Hematocrits (HCT) ก็ปกติ สุขภาพโดยรวมก็
   แข็งแรงขึ้นมาก ค่าไตก็ปกติ (eGFR) ก็
   ประสบความสำเร็จในการลดผลข้างเคียงอย่างดี

      CD4 ก่อนเริ่มใช้ก็ 305 cells/ml หลังจากใช้ก็ 595 cells/ml, %CD4 อยู่ที่ 19 ก็ขึ้นมาที่ 26 ดูรายละเอียดนิดนึงเขาส่งผลตรวจเลือดมาให้ดูทั้งก่อนและหลังนะครับ SGOT (AST), SGPT (ALT) นี่คือค่อเอมไซมในตับ AST ตามปกติมันก็ต้องอยู่ในเกณฑ์ 5-40 ถือว่าปกตินะครับ

ช่วงที่ 2 Q&A ตอบคำถามจากทางบ้าน

Q : เชื้อดื้อยาเมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์มีโอกาสดื้อยาอีกไหม?
A : เชื้อดื้อยา จะทำให้เชื้อกลับมาแพร่อย่างรวดเร็ว แต่นวัตกรรมทำให้ CD4 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและจะกำจัดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสามารถควบคุมเชื้อได้ก็ไม่ต้องสนใจว่าเชื้อจะดื้อยา

Q : ดูแลโรคสะเก็ดเงินที่เป็นผลข้างเคียงจากยาต้านได้มั้ย?
A : นวัตกรรม ช่วยลดผลข้างเคียงจากยาต้านได้ อาการสะเก็ดเงินจะลดลงเรื่อยๆ

Q : HIV กับ AIDS ต่างกันยังไง?
A : HIV ก็คือติดเชื้อ แล้วยังมี CD4 สูงอยู่ ยังไม่มีโอกาสเป็นโรคฉวยโอกาส ถ้า CD4 ต่ำไปเรื่อยๆเนื่องจากเชื้อลุกลาม จนกระทั่ง CD4 ต่ำกว่า 200 cell/cu mm แล้วก็ทำให้เกิดโรคฉวยโอกาส ภาวะนี้เอง คือภาวะ AIDS ซึ่งโรคฉวยโอกาสนี่เองที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อมีปัญหาในการดำรงชีวิต และถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีก็จะเสียชีวิตจากโรคฉวยโอกาสนั่นเอง สรุปคือ เชื้อ HIV ไม่ได้ทำให้เราเสียชีวิต แต่ไปทำลาย CD4 ที่เป็นภูมิคุ้มกันของเรา เราจึงเสียชีวิตจากเชื้อฉวยโอกาส WHO เคยบอกว่า ให้สนใจการเพิ่ม CD4 มากกว่าจำนวนเชื้อ HIV เพราะ ถ้า CD4 มีเพิ่มมากขึ้น ก็จะไปจัดการเชื้อ HIV เอง นวัตกรรม APCO เพิ่ม CD4 ได้รวดเร็วมาก นั่นหมายถึง ดูแลปัญหาผู้ติดเชื้อ HIV ได้อย่างตรงตามหลักการของ WHO

Q : ติดเชื้อ HIV ต้องไปรับยาต้านเลยรึเปล่า?
A : ตามการแนะนำของสาธารณสุขแนะนำให้ผู้ติดเชื้อ HIV รีบไปรับยาต้านเพื่อให้ควบคุมเชื้อไว้ได้ แต่หลายคนก็กลัวผลข้างเคียงจากยาต้าน ระหว่างรอยาต้านจึงลองใช้นวัตกรรม APCO ดู แล้วก็พบว่าไม่เจอปัญหากับสุขภาพ ปัจจุบันผู้ที่ใช้นวัตกรรม APCO มีหลายคนแล้ว ที่ใช้นวัตกรรมไปแล้ว CD4 สูงขึ้นมาก จนตรวจไม่พบเชื้อ HIV โดยไม่ใช้ยาต้านเลย

Q : คำถามจากทางบ้าน คุณหน่อยอายุ 45 ปี ใช้ยาต้านมา 6 ปี ตั้งแต่ปี2558-2562 มี CD4 สูงสุด 650 แต่ในปี2563 CD4 ลดลง เหลือเพียง 325
A : หมายความว่าเดิมทีเคยควบคุม CD4 ให้สูงได้ แต่ตอนนี้มีการดื้อยา HIV จึงกลับมาเมื่อ HIV กลับมาจึงไปทำลาย CD4 ถ้าหากทิ้งไว้ CD4 ก็จะลดลงเรื่อยๆ จนอาจติดเชื้อฉวยโอกาสได้ แต่ นวัตกรรม APCO ช่วยเพิ่ม CD4 ได้อย่างรวดเร็ว

Q : คำถามจากทางบ้าน อายุ46 ปี ใช้ยาต้านมาเกือบ 9 ปีแล้ว ค่า CD4 ธค.63 มี 450 ช่วงหลังมีอาการหน้ามืดบ่อยๆ นอนหลับไม่สนิท อ่อนเพลีย ช่วงปลายปี 63 แพทย์แจ้งว่าเลือดจาง      แต่ไมได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติม มีภาระที่ต้องดูแลพ่อแม่และหลานๆ อยายกมีสุขภาพแข็งแรง อยากทราบว่างานวิจัยของ อ. จะช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงได้มั้ย
A : แน่นอนครับ ถ้าอยากให้เร็ว 9 แคปซูล/วัน ภายใน 2-3 เดือนเป็นปกติครับ

Q : เพิ่งใช้ยาต้านมาได้ 1 สัปดาห์ ถ้าหยุดยาต้านแล้วจะมาใช้นวัตกรรมAPCO ได้มั้ย
A : รีบๆได้เลย แต่อย่าเพิ่งหยุดยาต้าน ค่อนข้างมั่นใจว่าจะเกิด functional cure

HIV (human immunodeficiency virus) เชื้อเอชไอวี เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ (AIDS : acquired immunodeficiency syndrome) เมื่อร่างกายติดเชื้อ HIV มาแล้ว เชื้อเอชไอวี จะไปทำลายเซลล์ CD4 ก่อน

Thanks for living ก้าวมาถึง ep.2 ครั้งนี้ทีมงาน APCO จะมาอัพเดทถึงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อที่ได้รับการช่วยเหลือให้ได้ใช้นวัตกรรม APCO จากใน ep.0 และ ep.1

Thank for living รายการแทนนคำขอบคุณจากคณะวิจัย Operation BIM ที่เห็นผู้ป่วยมากมายกลับมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด

เกือบ 40 ปีแล้ว ผู้มีปัญหา HIV AIDS อาศัยยาต้านไวรัส ระงับการ copy เพื่อเพิ่มจำนวนไวรัส แต่ไม่ได้กำจัดให้หมดไป เมื่อหยุดใช้ยาเชื้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นวัตกรรม "ภูมิคุ้มกันบำบัดของ APCO" ไม่ใช่เครื่องหมายการค้า แต่เป็นชื่อสูตรงานวิจัยของคณะนักวิจัย Operation BIM 

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)

สาชารัชดาภิเษก ที่อยู่ : 89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้นที่ 30

ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

Google Map