CD4 คืออะไรควรมีเท่าไหร่ถึงไม่เสี่ยงเอดส์

         ใน LIVE ep.3 ครั้งนี้ หัวข้อ “ควรเพิ่ม CD เท่าไหร่ถึงจะไม่เสี่ยงเป็นเอดส์” ครั้งนี้ ศ.ดร.พิเชษฐ์ หัวหน้าคณะวิจัย Operation BIM ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันบำบัด ได้ย้ำถึงการทำงานของ เชื้อ HIV เมื่อเข้าสู่ร่างกาย คือเมื่อ HIV เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะวิ่งไปหา CD4 ก่อนเพราะ CD4 เป็นเม็ดเลือดขาว ภูมิคุ้มกัน และใน CD4 มีเม็ดเลือดขาวอีกตัวที่ HIV ชอบวิ่งไปจับก่อนคือ เม็ดเลือดขาว Th17 ผู้ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการดูแลจะมีเม็ดเลือดขาว Th17 ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

       ทำไมภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้จึง เพิ่ม CD4 ได้อย่างรวดเร็ว?

         เนื่องจาก ภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ของ APCO ช่วยเพิ่ม Th17 ได้มากถึง 5 เท่า และ Th17 เป็นเม็ดเลือดขาวที่อยู่ในเซลล์ CD4 จึงทำให้ ผู้ที่ใช้นวัตกรรมนี้ มี CD4 เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และนวัตกรรมนี้ยังไปกระตุ้น Killer T cell ได้มาก ซึ่ง Killer T cell เป็นเม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่กำจัดทำลายสิ่งแปลกปลอมเชื้อโรค ไวรัส ที่เข้าสู่ร่างกาย เป็นการต่อสู้กันระดับเซลล์ เมื่อผู้ติดเชื้อสามารถเพิ่ม CD4 ได้มากกว่าที่ HIV ไปทำลาย จึงทำให้ยังมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงอยู่ แต่ก็ต้องใช้ร่วมกับการดูแลตัวเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย

       ควรเพิ่ม CD เท่าไหร่ถึงจะไม่เสี่ยงเป็นเอดส์

         ศ.ดร.พิเชษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ แนะนำว่า เมื่อ CD4 มีจำนวนน้อยกว่า 200 cell/cumm. จะเสี่ยงติดเชื้อฉวยโอกาสหรือเป็นเอดส์นั่นเอง คนปกติมี CD4 อยู่ที่ประมาณ 600 cell/cumm. สรุปว่า ผู้ติดเชื้อไม่ควรปล่อยให้ CD4 ต่ำกว่า 200 cell/cumm. เพราะจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาส เนื่องจากตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และ การที่เชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกายนั้น ไม่ได้ไปทำให้เราเป็นโรคโดยตรง แต่ HIV ไปทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงโดยมีภูมิคุ้มกันที่แย่ลง ไม่สามารถดูแลกำจัดเชื้อโรคตามระบบของร่างกายได้ และทำให้เกิดการติดเชื้อฉวยโอกาส ที่ทำให้เป็นโรคอื่นๆได้ง่าย เช่น ติดเชื้อ TB ทำให้เป็นวัณโรค, เป็นมะเร็ง, เชื้อรา หากผู้ติดเชื้อมีภาวะการติดเชื้อฉวยโอกาสแล้วจะเรียกว่า เป็นโรคเอดส์ หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า ภูมิคุ้มกันบกพร่องนั่นเอง

       จะจัดการความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสได้อย่างไร?

         ปี 2015 โครงการอนามัยโลก สรุปไว้ว่า การเพิ่มขึ้นของ CD4 มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้ติดเชื้อ HIV มากกว่าการลดลงของจำนวนเชื้อ หมายความว่ามี HIV อยู่เท่าไหร่อย่าไปห่วง ขอให้เน้นว่า CD4 ต้องไม่น้อยลง

การที่ CD4 มีมากขึ้นๆ ตัว CD4 เองซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาว จะไปจัดการกับ HIV ได้ดีจึงทำให้ผู้ติดเชื้อที่เพิ่ม CD4 ได้มากๆจึงพ้นความเสี่ยงจากการติดเชื้อฉวยโอกาสได้

       จะเพิ่ม CD4 จนพ้นความเสี่ยงเอดส์ภายใน 1 เดือน ได้มั้ย สำหรับผู้ที่ติดเชื้อฉวยโอกาสแล้วหรือมีความเสี่ยงมากแล้ว?

         การเสี่ยงติดเชื้อฉวยโอกาสเมื่อมี CD4 ต่ำกว่า 200 เป็นสิ่งที่ผู้ติดเชื้อกลัว เพราะ “เริ่มอันตรายแล้ว” ทาง APCO เคยมีโครงกาน CSR รับสมัครผู้ที่ต้องการเพิ่ม CD4 ให้รอดจากเชื้อฉวยโอกาส 20 ราย โดยใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด APCO ร่วมกับการมีคำแนะนำดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ ผลพบว่า อาสาสมัครทั้ง 20 ราย มี CD4 เพิ่มขึ้นเกินกว่า 200 cell/cumm.

       ภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ของ APCO ช่วยผู้ติดเชื้อ HIV ให้มี CD4 เพิ่มและพ้นความเสี่ยงเป็นเอดส์ได้อย่างไร?

         ภูมิคุ้มกันบำบัด APCO ทำงานโดยการไปกระตุ้นเพื่อเพิ่ม CD4 และเม็ดเลือดขาว Th17 ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวที่ถูก HIV ทำลายมากที่สุด และเมื่อ Th17 เพิ่มม่กขึ้น ตัว Th17 นี้เองจะไปกระตุ้น Killer T cell ที่เป็นเม็ดเลือดขาวที่จัดการกับ ไวรัส ที่เข้าสู่ร่างกาย ที่สำคัญการทำงานของ Killer T cell จะเลือกทำลายเฉพาะเซลล์ที่ติดเชื้อ เท่านั้น จะไม่ทำลายเซลล์ปกติ จึงไม่มีผลข้างเคียง

       วิธีดูแลตัวเองร่วมกับการใช้ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อให้ CD4 เพิ่มขึ้น

         1. ลดความเครียดสะสม

         2. ดูแลด้านโภชนาการ

         ลด น้ำตาล อาหารหวาน อาหารมัน น้ำหวานจะทำให้เกิดการติดเชื้อง่ายและภูมิคุ้มกันลดลง อาหารมันมากก็ไม่ดี

         3. กินอาหารประเภทโปรตีนให้เยอะ

         แต่ควรเน้น โปรตีนจากพืช ถั่ว ปลา ไม่ควรใช้โปรตีนจากเนื้อแดง

         4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

         นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน

         5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

         การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่ม CD4 ได้ดี และการออกกำลังกายร่วมกับการใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด APCO จะช่วยเพิ่ม CD4 ได้เป็นอย่างดี

         6. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หากปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นและมีการใช้ร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ จะช่วยให้ CD4 เพิ่มขึ้นรวดเร็วได้อย่างที่เราช่วยให้อาสาสมัครทั้ง 20 รายทำได้แล้ว อีกทั้งวิธีข้างต้นเป็นวิธีที่เราแนะนำให้ ผู้ติดเชื้อที่ต้องการเข้าสู่ภาวะ HIV หมดฤทธิ์ 8 คน แรกที่เราช่วยดูแลอีกด้วย

เมื่อเชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกาย มันจะไปฝังตัวอยุ่ที่เม็ดเลือดขาว CD4 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง CD4 เป็น Th17 แล้วก็ทำลาย CD4 เหล่านี้ จนกระทั่ง ภูมิคุ้มกันลดลง

เกือบ 40 ปีแล้ว ผู้มีปัญหา HIV AIDS อาศัยยาต้านไวรัส ระงับการ copy เพื่อเพิ่มจำนวนไวรัส แต่ไม่ได้กำจัดให้หมดไป เมื่อหยุดใช้ยาเชื้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เซลล์ T พิฆาต หรือ Killer T cell เป็นเม็ดเลือดขาวที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่แล้ว โดยหน้าที่หลักของ Killer T cell คือ ทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อโรค ไวรัส เซลล์ที่ผิดปกติ รวมถึง HIV ด้วย

ทุกวันนี้หลายคนคิดว่าโรค HIV AIDS นี้ลดน้อยลงหรือว่าอาจจะไม่มีแล้ว ซึ่งเข้าใจผิดนะคะ แต่ละปีนั้นประเทศไทยยังคงมีผู้ติดเชื้อ HIVเสียชีวิตจากโรคเอดส์ปีละประมาณ 15,000 คน

นวัตกรรม "ภูมิคุ้มกันบำบัดของ APCO" ไม่ใช่เครื่องหมายการค้า แต่เป็นชื่อสูตรงานวิจัยของคณะนักวิจัย Operation BIM 

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)

สาชารัชดาภิเษก ที่อยู่ : 89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้นที่ 30

ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

Google Map