Educate

April 20, 2020

นอกจากการติดเชื้อ HIV หรือ ที่คนทั่วไปเรียกกันง่ายๆว่า เอดส์(จริงๆแล้ว 2 คำนี้ความหมายต่างกันอยู่นะ แอดเคยเขียนไว้ https://apcocapsules.com/content/i20158201883802) ยังมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆที่ควรระวังอีก ดังนี้

1.ซิฟิลิส เป็นการติดต่อจากเชื้อแบคทีเรีย อาการ มีตุ่มแดงแตกออกเป็นแผลที่อวัยวะเพศ ตรงบริเวณที่ติดเชื้อมา หรืออาจพบที่ อัณฑะ  ทวารหนัก ช่องคลอด หรือริมฝีปาก ซึ่งแผลเหล่านี้จะหายเองในช่วง 1-5 สัปดาห์ แต่เชื้อที่ได้รับมาแล้วยังอยู่ในกระแสเลือดหากปล่อยต่อไป อาจมีผื่นสีน้ำตาลขึ้นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า มีหูดขึ้นบรเวณอับชื้น เช่น ทวารหนัก รักแร้ ขนหนีบ ในกรณีร้ายแรง เชื้ออาจไปทำลายอวัยวะภายใน เช่น หัวใจ หลอดเลือด สมอง



  1. 2.หนองใน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หากไม่ไปพบแพทย์อาการต่างๆอาจดีขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้ายังมีแบคที่เรียตัวนี้อยู่ การติดโรคก็ยังอยู่ อาการ ระคายเคืองที่ท่อปัสสาวะ ปวดแสบเวลาปัสสาวะ มีหนองสีเหลืองไหลออกจากท่อปัสสาวะ ถ้าเป็นผู้หญิง อาจมีตกขาวหรือเลือดผิดปกติ


3.หนองในเทียม เกิดจากได้รับเชื้อแบคทีเรียผ่านทางเพศสัมพันธ์เช่นกันแต่เป็นแบคทีเรียคนละชนิดกับหนองในแท้ ทำให้ไม่ค่อยแสดงอาการหรือมีอาการรุนแรงน้อยกว่าหนองในแท้ และมีระยะฟักตัวของแบคทีเรียนานกว่าหนองในแท้ อาการ มีหนองไหลมาจากอวัยวะเพศ ปวดแสบปวดร้อนเมื่อปัสสาวะ ผู้หญิง อาจปัสสาวะขัด ตกขาว เลือดออกเมื่อมีเพศสัมพันธ์



4.แผลริมอ่อน เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียทางเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดเป็นแผลบริเวณอวัยวะเพศร่วมกับอาการเจ็บหรือปวด และต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต อาการ มีตุ่มนูนแดงบริเวณอวัยวะเพศ ค่อยขยายใหญ่เป็นแผลหนองและอาจแตกเมื่อถูกเสียดสี



  1. 5.ฝีมะม่วง เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียทางเพศสัมพันธ์ มักติดเชื้อที่อวัยวะเพศหรือทวารหนัก อาการจะมีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณขาหนีบ จะเกิดตุ่มหรือแผลขนาดเล็กที่อวัยวะเพศก่อน จากนั้นต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบจะอักเสบทำให้ปวดและเดินลำบาก


นี่เป็นบางส่วนของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน แม้โรคเหล่านี้จะไม่ได้รุนแรงเท่าการติด HIV แต่ก็ทำให้เสียปัญหาสุขภาพทั้งกายและจิตได้ ดังนั้นแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์แบบใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อต่างๆที่อาจทำให้ใช้ชีวิตลำบากไปได้พักใหญ่เลย


HIV (human immunodeficiency virus) เชื้อเอชไอวี เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ (AIDS : acquired immunodeficiency syndrome) เมื่อร่างกายติดเชื้อ HIV มาแล้ว เชื้อเอชไอวี จะไปทำลายเซลล์ CD4 ก่อน

ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วย Cell T พิฆาต ต่างจากยาต้านไวรัสอย่างไร เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายมันจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในเซลล์ของร่างกายหรือเซลล์ของเม็ดเลือดขาว

เกือบ 40 ปีแล้ว ผู้มีปัญหา HIV AIDS อาศัยยาต้านไวรัส ระงับการ copy เพื่อเพิ่มจำนวนไวรัส แต่ไม่ได้กำจัดให้หมดไป เมื่อหยุดใช้ยาเชื้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทุกวันนี้หลายคนคิดว่าโรค HIV AIDS นี้ลดน้อยลงหรือว่าอาจจะไม่มีแล้ว ซึ่งเข้าใจผิดนะคะ แต่ละปีนั้นประเทศไทยยังคงมีผู้ติดเชื้อ HIVเสียชีวิตจากโรคเอดส์ปีละประมาณ 15,000 คน

นวัตกรรม "ภูมิคุ้มกันบำบัดของ APCO" ไม่ใช่เครื่องหมายการค้า แต่เป็นชื่อสูตรงานวิจัยของคณะนักวิจัย Operation BIM 

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)

สาชารัชดาภิเษก ที่อยู่ : 89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้นที่ 30

ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

Google Map